วันที่10 สิงหาคม 2569 เวลา 19.39 น.ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดสิงห์บุรี และทรงเปิดชมรม TO BE NUMBER ONE และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ณ โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยนางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจังหวัดสิงห์บุรี เฝ้ารับเสด็จ
จังหวัดสิงห์บุรีดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE มาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ปี ภายใต้การบริหารจัดการเชิงบูรณาการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานฯ และได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มุ่งขับเคลื่อนตาม 3 ยุทธศาสตร์หลักของโครงการ ได้แก่ การสร้างแกนนำ สร้างนวัตกรรม พัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างพลังความเข้มแข็งแบบมีส่วนร่วม ขยายเครือข่าย และพัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE ทุกประเภทให้เกิดความยั่งยืน
ปัจจุบันจังหวัดสิงห์บุรีมีสมาชิก TO BE NUMBER ONE อายุ 6–24 ปี จำนวน 34,495 คน คิดเป็นร้อยละ 82 มีชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา ชุมชน สถานประกอบการ สำนักงานคุมประพฤติ สถานพินิจฯ และเรือนจำ รวม 284 ชมรม และมีศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE จำนวน 40 แห่ง โดยจังหวัดสิงห์บุรีเป็นต้นแบบระดับเงิน
สำหรับผลงานที่สร้างชื่อให้จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี กลุ่มต้นแบบระดับทอง ขณะที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสิงห์บุรี บริษัท คอมพาวเคลย์ จำกัด และโรงเรียนบางระจันวิทยา เป็นกลุ่มต้นแบบระดับเงิน ส่วนชุมชนบ้านท่าข้ามกลางผ่านเข้าร่วมประกวดกลุ่มดีเด่นระดับประเทศ
ภายในงาน นักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยาได้นำเสนอผลงานและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนกับการพัฒนาทักษะชีวิตและการสร้างอาชีพ อาทิ “Art of paper : เมื่อกระดาษมีชีวิต” ซึ่งประกอบด้วยหนังสือเล่มเล็กและ “คณิตศิลป์กับโอริกามิ” ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านศิลปะการพับกระดาษ
นอกจากนี้ ยังมีผลงาน “ลูกประคบเล่าเรื่อง ยาหม่องเล่าใจ หอมนาน คลายกาย ภูมิปัญญาสมุนไพรสิงห์บุรี” ซึ่งนักเรียนได้นำความรู้เรื่องสมุนไพรพื้นถิ่นจากการศึกษาพื้นที่จริงและการเรียนรู้ร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ลูกประคบสมุนไพรและยาหม่องน้ำสมุนไพรที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างรายได้
อีกหนึ่งผลงานคือ “ศาสตร์แห่งอัญมณี สู่ศิลปะเรซินร่วมสมัย” เป็นการนำความรู้ด้านทรัพยากรธรณี หิน และแร่ มาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์จากเรซิน อาทิ พวงกุญแจ ป้ายอักษร และเคสโทรศัพท์ พร้อมนำไปจัดแสดงเป็นสื่อการเรียนรู้ รับผลิตเป็นของที่ระลึก และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและฝึกทักษะการเป็นผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน นักเรียนยังนำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ อาทิ ดอกไม้ดินไทย “ความงามประณีต จากฝีมือและหัวใจสุจริต” ศิลป์สร้างสรรค์ สืบสานถิ่นสิงห์ (Singburi Creative Spray Art) การถักเชือกมงคลจีน (จงกั๋วเจี๋ย) และการพับเหรียญโปรยทาน ซึ่งเป็นการผสมผสานศิลปะ งานประดิษฐ์ และอัตลักษณ์ของจังหวัดสิงห์บุรีเข้าด้วยกัน
การเสด็จติดตามผลการดำเนินงานในครั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณและเป็นกำลังใจสำคัญแก่จังหวัดสิงห์บุรี คณะครู และนักเรียน ในการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาองค์ความรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน ภายใต้แนวคิด “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” พร้อมขยายเครือข่าย TO BE NUMBER ONE ให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป