<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/60</link>
<atom:link href="https://singburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/60" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“หมวกกันน็อค” ช่วยชีวิตได้จริงหรือ?]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/60/iid/237</link>
<guid isPermaLink="false">872b77c65dce12524c0a5820bce3bec1</guid>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 11:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p>&ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo; ช่วยชีวิตได้จริงหรือ?<br />
จากผลการศึกษาผู้บาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศยืนยันชัดเจนตรงกัน การสวมหมวกนิรภัยจะช่วย<br />
&bull;ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะลงได้ 72%<br />
&bull; ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ถึง 39% ในกรณีที่ใช้ความเร็วไม่สูงมากนักขณะเกิดอุบัติเหตุ<br />
&bull; ลดค่ารักษาพยาบาลและลดจำนวนวันที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;<br />
หลักการ &ldquo;กันน็อค&rdquo;<br />
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์มักถูกเหวี่ยงออกจากรถ ทำให้ศีรษะกระทบกับวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พื้นถนน หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานจะถูกออกแบบให้วัสดุภายนอกมีความแข็งแรงสามารถปกป้องศีรษะจากการกระแทกพื้นถนน<br />
หมวกนิรภัยที่มีมาตรฐานดังกล่าว จะช่วยดูดซับและกระจายแรงไม่ให้ส่งต่อไปยังสมองด้านในด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัตินุ่มและยืดหยุ่นพิเศษในการซับแรงกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์</p>

<p>กลไกการ &ldquo;กันน็อค&rdquo;<br />
การป้องกันและลดแรงกระแทกขั้นแรกของหมวกกันน็อคเริ่มที่ส่วนเปลือกนอกของหมวก &nbsp;ซึ่งจะออกแบบให้ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถจัดการกับพลังงานที่เกิดขึ้นจากการชน &nbsp;จากนั้น จะเป็นหน้าที่ของวัสดุภายในหมวกกันน็อคซึ่งมักทำจากโฟมซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถยืดหยุ่นเมื่อถูกกระแทก ดูดซับและกระจายแรง อันจะช่วยยืดช่วงเวลาก่อนที่ศีรษะจะหยุดการเคลื่อนไหวออกไปอีกประมาณ 6 มิลลิวินาที ซึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้นมากแต่ก็มีประโยชน์มาก เพราะสามารถช่วยลดแรงกระแทกไม่ให้ไปรวม ณ พื้นที่เล็ก ๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะ ลดแรงกระแทกต่อเนื้อสมองโดยรวม ลดแรงหมุน ตลอดจนลดความตึงเครียดภายในได้<br />
องค์ประกอบ &ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo;<br />
เปลือกนอก (Shell) ทำจากวัสดุชนิดพิเศษ จะต้องแข็งแรง น้ำหนักเบา เพื่อสามารถทนแรงกระแทกจากของแข็งและของมีคมได้โดยไม่แตกหรือทะลุได้ง่าย รองในเป็นชั้นบุที่ทำมาจากวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ความหนาแน่นสูง สามารถรับและกระจายแรงกระแทกได้ดี ส่วนใหญ่ทำจากแผ่นโฟมชนิดโพลีสไตรีนที่ยืดออก หรือเรียกว่า &ldquo;สไตโรโฟม&rdquo;<br />
แผ่นกันลม (Face shield) ติดอยู่ด้านหน้าของหมวกกันน็อค สำหรับป้องกันแสง ฝุ่น ฝน แมลง ฯลฯ ที่จะเข้าตาในขณะขับขี่รถจักรยานยนตร์ มีทั้งชนิดใส เพื่อใช้ในเวลากลางคืน และชนิดทึบเพื่อใช้ในเวลากลางวันที่มีแดดจัด สามารถถอดเปลี่ยนได้<br />
เบาะหุ้มภายใน ส่วนประกอบที่เพิ่มความอ่อนนุ่มขณะสวมใส่สามารถถอดออกได้เพื่อทำความสะอาด<br />
สายรัดคาง (Chinstrap) ทำหน้าที่รัดให้หมวกกันน็อคติดแนบกับศีรษะไม่หลุดง่าย แต่ต้องรัดให้ถูกวิธี หากรัดไว้หลวม ๆ หรือไม่รัด หมวกอาจหลุดออกจากศีรษะโดยง่ายเป็นเหตุให้ศีรษะยังคงเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายและบาดเจ็บเสมือนไม่ได้สวมหมวก<br />
ช่องระบายอากาศ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนภายในหมวกให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายขณะที่สวมใส่ จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1 เซ็นติเมตร และต้องออกแบบอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย</p>

<p>ประเภท &ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo;<br />
หมวกเต็มใบ สามารถป้องกันศีรษะทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณคาง โดยทั่วไปจะมีน้ำหนัก ตั้งแต่ 1.2 ถึง 1.5 กิโลกรัม<br />
หมวกเปิดหน้า สามารถปกป้องศีรษะทั้งส่วนบนส่วนล่างและบริเวณส่วนหลัง ตลอดจนบริเวณกกหู มีน้ำหนักปานกลางประมาณ 700กรัมถึง 1 กิโลกรัม<br />
หมวกครึ่งใบ มีลักษณะคล้ายหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีน้ำหนักเบาปกป้องได้แต่ครึ่งบนของศีรษะ<br />
วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้น<br />
1. &nbsp;เลือกหมวกที่ได้มาตฐาน &nbsp;หมวกที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง และหมวกที่แพงก็อาจจะไม่ใช่หมวกที่ปลดภัยหากไร้การรับประกันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ดังต่อไปนี้<br />
&nbsp; &nbsp; 1.1 มอก. &quot;มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&quot; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.2 ECE ย่อมาจาก Economic Commission for Europe (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป) &nbsp;เป็นองค์กรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหลากหลายชนิดเหมือน มอก.&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1.3 DOT ที่ย่อมาจาก Department of Transportation เป็นมาตรฐานหมวกกันน็อคสำหรับ &nbsp;ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.4 SHARP เป็นมาตรฐานการรับรองของกรมการขนส่งของประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดสอบ &nbsp;จากการสุ่มเอาหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในร้านค้ามาทำการทดสอบอย่างเข้มข้น &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.5 SNELL มาตรฐานการทดสอบหมวกที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งกันสุดๆ ในปัจจุบัน จาก SNELL Memorial Foundation&nbsp;<br />
2. วัดรอบศีรษะให้พอดี &nbsp;หมวกได้มาตรฐานพอดีกับศรีษะคนสวมใส่ มีหลายขนาดทั้งหมวกเด็ก และหมวกผู้ใหญ่ ขณะที่หมวกในกลุ่มราคาประหยัดจะทำให้มีการปรับระดับรับรองขนาดศีรษะที่ยืดหยุ่นกว่าหลายเซนติเมตร ซึ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวหมวก&nbsp;<br />
&nbsp;3. ตอบโจทย์การใช้งาน<br />
&nbsp; &nbsp; ว่าด้วยรูปแบบของตัวหมวกนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ต้องประเมินการใช้งานว่าควรใช้หมวกแบบไหน ตากแดดทั้งวัน ต้องลุยฝนด้วยไหม เพราะมีทั้งหมวก ครึ่งใบ เต็มใบ หมวกเต็มใบแบบเปิดคางได้ บางรุ่นมีแว่นกรองแสงในตัวอีกชั้นนึง หรือบางรุ่นก็รองรับ &nbsp; การติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านการสื่อสารสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล&nbsp;<br />
4. สวยถูกใจในราคาตามงบ<br />
&nbsp; &nbsp; ตามความต้องการล้วน ๆ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210315d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e102726.jpg' type='image/jpg' length='277570' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อเสนอแนะการจัดทำหลักสูตรอบรม "พื้นฐานวิศวกรรม การส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง ครั้งที่ 4 (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/60/iid/234</link>
<guid isPermaLink="false">e5c3ccbb8493b9702c247bf79ada0616</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://singburi.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/2020071402772c04df8e2d9733a6781da074a830142843.jpg' type='image/jpg' length='17288' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อเสนอแนะการจัดทำหลักสูตรอบรม "พื้นฐานวิศวกรรม การส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง ครั้งที่ 4 (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/60/iid/235</link>
<guid isPermaLink="false">dbbe85f14395c9b54e1890da8360af96</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://singburi.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo; ช่วยชีวิตได้จริงหรือ?<br />
จากผลการศึกษาผู้บาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศยืนยันชัดเจนตรงกัน การสวมหมวกนิรภัยจะช่วย<br />
&bull;ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะลงได้ 72%<br />
&bull; ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ถึง 39% ในกรณีที่ใช้ความเร็วไม่สูงมากนักขณะเกิดอุบัติเหตุ<br />
&bull; ลดค่ารักษาพยาบาลและลดจำนวนวันที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;<br />
หลักการ &ldquo;กันน็อค&rdquo;<br />
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์มักถูกเหวี่ยงออกจากรถ ทำให้ศีรษะกระทบกับวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พื้นถนน หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานจะถูกออกแบบให้วัสดุภายนอกมีความแข็งแรงสามารถปกป้องศีรษะจากการกระแทกพื้นถนน<br />
หมวกนิรภัยที่มีมาตรฐานดังกล่าว จะช่วยดูดซับและกระจายแรงไม่ให้ส่งต่อไปยังสมองด้านในด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัตินุ่มและยืดหยุ่นพิเศษในการซับแรงกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์</p>

<p>กลไกการ &ldquo;กันน็อค&rdquo;<br />
การป้องกันและลดแรงกระแทกขั้นแรกของหมวกกันน็อคเริ่มที่ส่วนเปลือกนอกของหมวก &nbsp;ซึ่งจะออกแบบให้ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถจัดการกับพลังงานที่เกิดขึ้นจากการชน &nbsp;จากนั้น จะเป็นหน้าที่ของวัสดุภายในหมวกกันน็อคซึ่งมักทำจากโฟมซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถยืดหยุ่นเมื่อถูกกระแทก ดูดซับและกระจายแรง อันจะช่วยยืดช่วงเวลาก่อนที่ศีรษะจะหยุดการเคลื่อนไหวออกไปอีกประมาณ 6 มิลลิวินาที ซึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้นมากแต่ก็มีประโยชน์มาก เพราะสามารถช่วยลดแรงกระแทกไม่ให้ไปรวม ณ พื้นที่เล็ก ๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะ ลดแรงกระแทกต่อเนื้อสมองโดยรวม ลดแรงหมุน ตลอดจนลดความตึงเครียดภายในได้<br />
องค์ประกอบ &ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo;<br />
เปลือกนอก (Shell) ทำจากวัสดุชนิดพิเศษ จะต้องแข็งแรง น้ำหนักเบา เพื่อสามารถทนแรงกระแทกจากของแข็งและของมีคมได้โดยไม่แตกหรือทะลุได้ง่าย รองในเป็นชั้นบุที่ทำมาจากวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ความหนาแน่นสูง สามารถรับและกระจายแรงกระแทกได้ดี ส่วนใหญ่ทำจากแผ่นโฟมชนิดโพลีสไตรีนที่ยืดออก หรือเรียกว่า &ldquo;สไตโรโฟม&rdquo;<br />
แผ่นกันลม (Face shield) ติดอยู่ด้านหน้าของหมวกกันน็อค สำหรับป้องกันแสง ฝุ่น ฝน แมลง ฯลฯ ที่จะเข้าตาในขณะขับขี่รถจักรยานยนตร์ มีทั้งชนิดใส เพื่อใช้ในเวลากลางคืน และชนิดทึบเพื่อใช้ในเวลากลางวันที่มีแดดจัด สามารถถอดเปลี่ยนได้<br />
เบาะหุ้มภายใน ส่วนประกอบที่เพิ่มความอ่อนนุ่มขณะสวมใส่สามารถถอดออกได้เพื่อทำความสะอาด<br />
สายรัดคาง (Chinstrap) ทำหน้าที่รัดให้หมวกกันน็อคติดแนบกับศีรษะไม่หลุดง่าย แต่ต้องรัดให้ถูกวิธี หากรัดไว้หลวม ๆ หรือไม่รัด หมวกอาจหลุดออกจากศีรษะโดยง่ายเป็นเหตุให้ศีรษะยังคงเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายและบาดเจ็บเสมือนไม่ได้สวมหมวก<br />
ช่องระบายอากาศ ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนภายในหมวกให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายขณะที่สวมใส่ จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1 เซ็นติเมตร และต้องออกแบบอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย</p>

<p>ประเภท &ldquo;หมวกกันน็อค&rdquo;<br />
หมวกเต็มใบ สามารถป้องกันศีรษะทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณคาง โดยทั่วไปจะมีน้ำหนัก ตั้งแต่ 1.2 ถึง 1.5 กิโลกรัม<br />
หมวกเปิดหน้า สามารถปกป้องศีรษะทั้งส่วนบนส่วนล่างและบริเวณส่วนหลัง ตลอดจนบริเวณกกหู มีน้ำหนักปานกลางประมาณ 700กรัมถึง 1 กิโลกรัม<br />
หมวกครึ่งใบ มีลักษณะคล้ายหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีน้ำหนักเบาปกป้องได้แต่ครึ่งบนของศีรษะ<br />
วิธีเลือกหมวกกันน็อคเบื้องต้น<br />
1. &nbsp;เลือกหมวกที่ได้มาตฐาน &nbsp;หมวกที่ดีไม่จำเป็นต้องแพง และหมวกที่แพงก็อาจจะไม่ใช่หมวกที่ปลดภัยหากไร้การรับประกันจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ดังต่อไปนี้<br />
&nbsp; &nbsp; 1.1 มอก. &quot;มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&quot; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.2 ECE ย่อมาจาก Economic Commission for Europe (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป) &nbsp;เป็นองค์กรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าหลากหลายชนิดเหมือน มอก.&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1.3 DOT ที่ย่อมาจาก Department of Transportation เป็นมาตรฐานหมวกกันน็อคสำหรับ &nbsp;ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานการขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.4 SHARP เป็นมาตรฐานการรับรองของกรมการขนส่งของประเทศอังกฤษ ที่ทำการทดสอบ &nbsp;จากการสุ่มเอาหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในร้านค้ามาทำการทดสอบอย่างเข้มข้น &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; 1.5 SNELL มาตรฐานการทดสอบหมวกที่ถูกอกถูกใจขาซิ่งกันสุดๆ ในปัจจุบัน จาก SNELL Memorial Foundation&nbsp;<br />
2. วัดรอบศีรษะให้พอดี &nbsp;หมวกได้มาตรฐานพอดีกับศรีษะคนสวมใส่ มีหลายขนาดทั้งหมวกเด็ก และหมวกผู้ใหญ่ ขณะที่หมวกในกลุ่มราคาประหยัดจะทำให้มีการปรับระดับรับรองขนาดศีรษะที่ยืดหยุ่นกว่าหลายเซนติเมตร ซึ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักของตัวหมวก&nbsp;<br />
&nbsp;3. ตอบโจทย์การใช้งาน<br />
&nbsp; &nbsp; ว่าด้วยรูปแบบของตัวหมวกนั้นมีหลากหลายมาก ซึ่งต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ต้องประเมินการใช้งานว่าควรใช้หมวกแบบไหน ตากแดดทั้งวัน ต้องลุยฝนด้วยไหม เพราะมีทั้งหมวก ครึ่งใบ เต็มใบ หมวกเต็มใบแบบเปิดคางได้ บางรุ่นมีแว่นกรองแสงในตัวอีกชั้นนึง หรือบางรุ่นก็รองรับ &nbsp; การติดตั้งอุปกรณ์เสริมด้านการสื่อสารสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกล&nbsp;<br />
4. สวยถูกใจในราคาตามงบ<br />
&nbsp; &nbsp; ตามความต้องการล้วน ๆ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20200714d875e0eaf19cc513d4429bc1cbe86fcd142947.jpg' type='image/jpg' length='79024' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อเสนอแนะการจัดทำหลักสูตรอบรม "พื้นฐานวิศวกรรม การส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง ครั้งที่ 4 (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/60/iid/236</link>
<guid isPermaLink="false">82e7bb4c810be148cea246bfee9631f2</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://singburi.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/202007146bb18c38948f9bdbb19c3557e09a4ab2143223.jpg' type='image/jpg' length='46308' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อเสนอแนะการจัดทำหลักสูตรอบรม "พื้นฐานวิศวกรรม การส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง ครั้งที่ 4 (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/60/iid/238</link>
<guid isPermaLink="false">fd70bd74acce8bd948a2055a5f4058ee</guid>
<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://singburi.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้<br />
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 78 และ79 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2552 ไว้ดังต่อไปนี้</p>

<p>มีความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์ที่ มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ ดังนี้</p>

<p>1. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หรืออิทธิพลของตนกดดันต่อการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ ในรูปแบบใดๆ<br />
2. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้<br />
3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ และวินัยข้าราชการโดยเคร่งครัด<br />
4. ดำเนินการให้ประชาชนรับรู้หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการปฏิบัติด้วยความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว มีจิตบริการ (Service Mind) และยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง</p>

<p>ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการบริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้รับบริการ ดังนี้</p>

<p>1. อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ<br />
2. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎเกณฑ์ และเหตุผลอันชอบธรรม รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง<br />
3. ให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ จริงใจ เสมอต้นเสมอปลายและไม่เลือกปฏิบัติ<br />
4. มีความเป็นอิสระทางวิชาชีพ มุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใดมาครอบงำ ความคิดเห็นหรือให้ตนเองหรือบุคคลใดได้รับสิทธิพิเศษหรือประโยชน์ใดๆ<br />
5. ให้บริการด้วยความรวดเร็ว ยึดมั่นระบบคุณธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/202007140344fad73500771f9c74e6bb8d7d652b143131.jpg' type='image/jpg' length='81725' />
</item>
</channel>
</rss>
