<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/565</link>
<atom:link href="https://singburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/565" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดพรหมสาคร(วัดบางพุทรา)บ]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/12364</link>
<guid isPermaLink="false">db3918788697e69a8893a948eab9baf4</guid>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 12:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">วิถีสิงห์: วิถีบุญวิถีธรรม ขอแนะนำวัดพรหมสาคร(วัดบางพุทรา) ตั้งอยู่ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี สร้างประมาณ พ.ศ.2390 หรือประมาณ 171 ปี มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยากเชิญชวนมาสักการะ คือหลวงพ่อใหญ่และหลวงพ่อหิน หลวงพ่อผล มีวิหาร เจดีย์และหอระฆัง บางประตูไม้แกะสลักที่สวยงามนอกจากนี้ยังมีต้นยางขนาดใหญ่ ที่หาดูได้อยู่ในวัดแห่งนี้ประชาชนยังมาทำบุญทุกวันพระเป็นวิถีสิงห์ที่อยากแนะนำให้มาสัมผัสครับ 24 ตุลาคม 2561</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210322508cf1344a31bb68895defe4e2fa1390121138.jpg' type='image/jpg' length='83821' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดประโชติการาม]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/12362</link>
<guid isPermaLink="false">d54e26353fb10b06dd6922d80da8f802</guid>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 11:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>อยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปทาง อ.อินทร์บุรี ราว 5 กม. เป็นวัดเก่าแก่คู่เมือง สิงห์อีกแห่งหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียนสั้นๆว่าวัดประโชติหรือวัดประชด หลักฐานการ สร้างไม่ปรากฏแน่ชัด มีเพียงตำนานที่เกี่ยวกับสิงหพาหุ ผู้มีพ่อเป็นสิงห์แล้วเกิดความ อับอายที่มีพ่อเป็นสัตว์เดรัจฉาน จึงฆ่าพ่อตัวเองเสีย ภายหลังสำนึกในความผิดจึงไปสร้าง พระนอนจักรสีห์และวัดสละบาปเพื่อเป็นการไถ่บาป แต่ก็ยังกลัวว่าบาปนั้นไม่ได้เบาบางลง จึงได้มาสร้างวัดประชดขึ้นอีกแห่ง โดยสร้างพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติขึ้น 2 องค์ ขนานนามว่า หลวงพ่อทรัพย์ และหลวงพ่อสิน</p>

<p>&nbsp; &nbsp;หลวงพ่อทรัพย์และหลวงพ่อสินเป็นพระพุทธรูปจัดอยู่ในกลุ่มพระอัฏฐารส คือพระยืนที่สร้างแล้วมีความสูงเกิน 18 ศอก และที่พิเศษไปกว่านี้คือเป็นพระพุทธรูป ยืนซ้อนกัน&nbsp; 2&nbsp; องค์ โดยหลวงพ่อสินประดิษฐานอยู่ทางด้านหน้า หลวงพ่อทรัพย์อยู่ทางด้านหลัง หลวงพ่อสินองค์หน้า สูง&nbsp; 3&nbsp; วา 3 ศอก 5 นิ้ว ส่วนหลวงพ่อทรัพย์องค์หลัง สูง 6 วา 7 นิ้ว&nbsp; นอกจากนี้ยังมี &ldquo;หลวงปู่โอ่ง&rdquo; หรือไหสี่หู แบบโบราณ ซึ่งขุดได้จากเนินดินด้านหลังวิหารหลวงพ่อทรัพย์ เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ตามความปรารถนาของผู้ขอ&nbsp; ปัจจุบันเป็นที่ใช้ใส่น้ำพระพุทธมนต์ประจำวัดประโชติการาม</p>

<p><strong>การเดินทาง&nbsp;</strong>จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 311 เลียบคลองชลประทานไปทาง อ.อินทร์บุรี ราว&nbsp; 5 กม. วัดประโชติการามอยู่ทางด้านขวา&nbsp; สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 036-512-784</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210322f198ab29abbb7c7220fbc332d6512f72114942.jpg' type='image/jpg' length='58241' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดกลางธนรินทร์]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/12360</link>
<guid isPermaLink="false">8f7943aa7b89351207589b9a9f8eff5b</guid>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 11:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">วิถีสิงห์:วิถีบุญวิถีธรรม และวิถีข้าวปลาธัญญาหาร ขอแนะนำวัดกลางธนรินทร์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแป้ง (ชาวบ้านแป้งเป็นชาวลาวเวียงจันทร์ที่เคลื่อนย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นเป็น 1 ในสี่วัด คือ วัดคู วัดธนรินทร์ วัดจินดามณี และวัดพุทธาราม) อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีมณฑปภายในมีพระบรมสารีริกธาตุและรอยพระพุทธบาท บริเวณโดยรอบมีต้นโพธิ์และต้นจามจุรี(ต้นก้ามปู)ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และยังมีตลาดเก่าแก่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยามีชื่อเสียงเรื่องขนมไทย จำพวกทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ที่เรียกกันว่าขนมในรู มีร้านก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ผัดไทย ขนมเบื้องญวน หมูปิ้ง ส้มตำ ที่มีชื่อเสียงของตลาดแห่งนี้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/202103226f5dac5a9882266a47ab4066c443d8d4114244.jpg' type='image/jpg' length='89342' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดกระดังงาบุปผาราม]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/12358</link>
<guid isPermaLink="false">444d5629623c120b39bb4bd90d9131e9</guid>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 11:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าผู้สร้างน่าจะเป็นนายทหารเอกของพระมหาธรรมราชาธิราช พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรมหราช ซึ่งสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของการไถ่บาปจากการสู้รบและเป็นที่รวมอัฐิของบรรพบุรุษ พร้อมกันนั้นท่านได้ลาบวชเป็นภิกษุสงฆ์ที่วัดนี้และเป็นที่รู้จักกันดีว่า &ldquo;หลวงพ่ออึ่ง&rdquo; ปัจจุบันยังมีรูปปั้นของหลวงพ่ออึ่งประดิษฐานภายในวิหาร ให้ชาวบ้านที่เลื่อมใสมากราบสักการะ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสิ่งที่น่าชมอยู่หลายจุดด้วยกัน ได้แก่</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&bull; ชมโบสถ์ทรงสมัยใหม่ที่งดงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร สร้างอยู่บนฐานศาลาการเปรียญหลังเก่า</p>

<p>&bull; ตื่นตากับเจดีย์โบราณทรงระฆังคว่ำ คล้ายเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น มีซุ้มทรงระฆังตั้งแต่ ปล้องไฉนขึ้นไป นับว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาเจดีย์ที่สร้างขึ้นสมัยเดียวกันและกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเป็นที่เรียบร้อย</p>

<p>&bull; ชมโบสถ์เก่าแก่ที่หลังคามุงด้วยกระเบื้องดิน น่าสนใจตรงที่บานประตูโบสถ์หลังนี้เป็นไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม</p>

<p>&bull; สักการะหลวงปู่จีน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00 - 16.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร.0 3652 2798, 08 1778 1117</p>

<p>ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp; &nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210322f85fc4af73f0718274bb2193e8a79864113017.jpg' type='image/jpg' length='88698' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/4423</link>
<guid isPermaLink="false">146d984fd2af48434d26c23e673b7f36</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ไม่ปรากฎหลักฐานว่าสร้างตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยตามพงศาวดารระบุว่าในปี พ.ศ. 2297 พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เสด็จมานมัสการและซ่อมแซมองค์พระ โดยได้สร้างพระวิหาร พระอุโบสถ และเสนาสนะต่างๆ ขึ้นใหม่ ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมานมัสการ และทรงบูรณะปฏิสังขรปูชนียวัตถุต่างๆ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายในวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารมีวิหาร สถานที่ประดิษฐานพระนอนจักรสีห์ พระพุทธรูปไสยาสน์หรือพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองลงมาจากสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร วัดบางพลีใหญ่กลาง พระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปสุโขทัยที่มีความอ่อนช้อยงดงามมาก ยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร มีลักษณะพระพักตร์ หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก ด้วยขนาดที่มีความใหญ่และสวยงาม พระนอนจักรสีห์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีความเชื่อว่าหากมาขอพรให้ท่านช่วย เมื่อสำเร็จก็พากันมาแก้บน โดยของที่นิยมมาแก้บน อาทิ ไข่ต้ม หัวหมู บายศรี เป็นต้น</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ภายในพระวิหารยังมีพระกาฬ พระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง และพระแก้ว พระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทั้งสององค์มีพุทธลักษณะงดงาม ในอดีตเคยใช้เป็นพระประทานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ บริเวณด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ต้นไม้สำคัญผลิดอกบานสะพรั่งหลายต้น&nbsp; &nbsp;บริเวณหน้าวัดยังเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี โดยจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกันดำเนินการจัดสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัด โดยการพัฒนาที่สาธารณประโยชน์ให้เป็นที่สร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา สำหรับพุทธศาสนิกชนที่สนใจการภาวนา ทางวัดยังมีการอบรมธรรมะและวิปัสสนา ในวันที่ 4-10 ของทุกเดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายในวัดพระนอนฯ. ยังมี&rdquo;ตลาดต้องชม&rdquo;ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวบ้านและ คนในชุมชนนำสินค้าที่ผลิตเอง เช่นพืชผัก ผลไม้&nbsp; น้ำพริก ผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด&nbsp; สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp; เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋าถือ และของใช้ต่าง ๆ นำมาจำหน่ายในราคาเป็นธรรม น้ำหนักเที่ยงตรง เปิดจำหน่ายเป็นประจำทุกวัน กว่า 140 แผงค้า สร้างรายได้และอาชีพให้คนในชุมชนและในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี นอกจากการมากราบไหว้บูชาพระนอนจักรสีห์แล้ว การได้มาเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านในบริเวณตลาดได้ทั้งอิ่มบุญ อิ่มกาย อิ่มใจไปพร้อม ๆ กัน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวเชิงศาสนา ณ วัดพระนอนจักรสีห์แห่งนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การเดินทาง</strong>&nbsp;ด้วยรถยนต์ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปตามเส้นทางสายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 3032)&nbsp;ประมาณ 4 กิโลเมตร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210322d1666a0340b89217ab250517620cb023103727.jpg' type='image/jpg' length='316192' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/4424</link>
<guid isPermaLink="false">db2a628babc0f94b7c07abce2761fdbf</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตั้งอยู่ที่ ต.ต้นโพธิ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. เดิมชื่อวัดบางมอญ&nbsp; พระครูสิงหมุนี หรือ หลวงพ่อเรือง อดีตเจ้าอาวาสได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2399 เป็นแหล่งปั้นพระพุทธรูปที่สืบทอดวิชาปั้น พระพุทธรูปมาจากตระกูลช่าง บ้านช่างหล่อธนบุรี และยังเป็นแหล่งเก็บรวบรวมและจัดแสดงตัวหนังใหญ่ ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันมีตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์และยังสามารถเล่นได้กว่า 300 ตัว ที่วัดยังคงสืบทอดการเชิดหนังให้แก่คนรุ่นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวที่ดินทางมาเป็นคณะ สามารถติดต่อขอชมการสาธิตเชิดหนังได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หนังใหญ่เป็นการละเล่นเชิดตัวหนังที่ประกอบด้วยแสงเงาของไทยแต่โบราณ &nbsp;ตามประวัติ กล่าวว่าการละเล่นนั้นมีมากว่าสองพันปีแล้ว ถือกำเนิดครั้งแรกในประเทศอินเดีย แล้วมาสู่อาณาจักรศรีวิชัย เรื่อยมาสู่อาณาจักรขอม จนกระทั่งเข้าสู่ประเทศไทยโดยพ่อค้าวานิช นักแสวงโชค และการเผยแผ่ศาสนา ที่นำศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมแขนงนี้เข้ามาเผยแพร่ควบคู่กันไป แต่ก็ยังไม่แพร่หลายนัก ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ประมาณปีพ.ศ. 1901 หนังใหญ่ได้ปรากฏ อยู่ในกฎมณเฑียรบาลว่า หนังใหญ่เป็นมหรสพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของชาติ โดยมีการแสดงหนังใหญ่ เฉลิมฉลองกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และมีการละเล่นสืบทอดเรื่อยมา แต่ส่วนใหญ่อยู่ใน พระบรมมหาราชวัง จัดเป็นมหรสพชั้นสูงของชาติ นิยมเล่นเรื่องรามเกียรติ์เช่นเดียวกับการแสดงโขน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หนังใหญ่ในจังหวัดสิงห์บุรี มีมากว่า 100 ปี&nbsp; โดยมีครูเปีย นายหนังเร่จากพระนครศรีอยุธยา เข้ามาบุกเบิกการเชิดหนังใหญ่ขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์เป็นคนแรก และได้ถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์มากมาย ศิษย์คนสำคัญของท่านได้แก่ ขุนบางมอญ กิจประมวญ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้หนังใหญ่เจริญยิ่งในจังหวัด สิงห์บุรี ด้วยกรรมวิธีการแสดงที่สำคัญในทุกขั้นตอนและความยากในการฝึกหัด ทำให้การแสดงหนังใหญ่ ลดน้อยลงทุกขณะ ปัจจุบันประเทศไทยมีคณะหนังใหญ่อยู่เพียง 2 คณะเท่านั้น ที่มีความพร้อมใน การแสดง คือ หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรีและหนังใหญ่ที่วัดสว่างอารมณ์จังหวัดสิงห์บุรี</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ ก่อตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๕ โดยใช้พื้นที่ชั้นบนของศาลาการเปรียญจัดแสดงตัวหนังใหญ่ โดยนำหนังใหญ่มาตรึงบนผืนผ้าขนาดใหญ่สีขาว ที่สร้างเป็นตู้ไม้พร้อมหลอดไฟส่องสว่างอยู่ภายใน เพื่อให้เห็นลวดลายของหนังใหญ่ได้ชัดเจนและสวยงาม<br />
&nbsp;</p>

<p>เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ &ndash; ๑๗.๐๐ น.</p>

<p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 036-543-150</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/202103226535e9b7cb577c8984267919806da5ed111926.jpg' type='image/jpg' length='56445' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/4425</link>
<guid isPermaLink="false">d1cd3ede5f47c1c1ded1378f7d19cfd6</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยวัดโพธิ์เก้าต้นเป็นวัดที่สำคัญ จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไหว้พระทำบุญไม่ขาดสาย และ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวอย่างครบรส ทั้งไหว้พระทำบุญ กิน และช้อปปิ้ง อีกทั้งยังต้องการส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้าน ทางชุมชนจึงได้มีการจัดตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันขึ้น</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ถูกจัดขึ้นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในวัด บรรยากาศจึงร่มรื่นน่าเที่ยวชม มีการจัดแต่งซุ้มจำหน่ายสินค้าด้วยวัสดุธรรมชาติในรูปแบบพื้นบ้าน ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ชาวบ้านจะแต่งตัวย้อนยุคมานั่งจำหน่ายสินค้า พูดจาขอรับ/เจ้าค่ะ พาให้บรรยากาศยิ่งคล้ายกับตลาดในยุคโบราณ&nbsp; สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายก็จะเป็นอาหารท้องถิ่น ขนมโบราณที่หาทานยาก ผลิตภัณฑ์ทำมือ รวมไปถึงพืชผักและผลไม้สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน ซึ่งจะเริ่มขายกันในราคาเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น&nbsp;อีกทั้งยังมีการแสดงการแสดงต่างๆเช่น การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงเพลงฉ่อย การแสดงวีรกรรมชาวบ้านบางระจัน จากเด็กๆ ในชุมชน อีกด้วย&nbsp;และถ้าใครอยากจะมาเที่ยวให้อินกับบรรยากาศมากขึ้น ก็สามารถที่จะแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุคมาเที่ยวกันได้จากบ้านเลยค่ะ หรือจะมาเช่าชุดไทยย้อนยุคได้จากที่นี่ก็ได้</p>

<p>&nbsp; &nbsp;เปิดให้บริการ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่อยู่ติดกับเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม มีสถานที่จอดรถกว้างขวาง รองรับได้ประมาณ 500 คัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน หรือสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 09 1765 6566</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/202103222048673fc92d44e4cd8fabf617972c05102226.jpg' type='image/jpg' length='161940' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ เตาเผาแม่น้ำน้อย]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/4426</link>
<guid isPermaLink="false">9dc629811739833c2f3fb8a4920b5940</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ทรงคุณค่า โดยบริเวณนี้จะพบแหล่งเตาเผาโบราณจำนวนมาก มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุ โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกได้ว่า ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ และประกอบอาชีพ ทำเครื่องปั้นดินเผากันอย่างแพร่หลาย &nbsp; &nbsp; &nbsp;แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ตั้งอยู่บริเวณวัดพระปรางค์ เป็นศาสนสถานเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ระหว่างปี พ.ศ. 1914 &ndash; 1921 ในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1ยกทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือในความปกครองของสุโขทัย โดยกวาดต้อนผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่างเตาเผาและได้รวมกลุ่มกันบริเวณแม่น้ำน้อยส่วนอีกหลักฐานหนึ่งสันนิษฐานว่า ชาวจีนและช่างปั้นอพยพมาตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้โดยเชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่สุดในภูมิภาคแห่งนี้</p>

<p>&nbsp; &nbsp;บริเวณแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย พบร่องรอยเตาเผาโบราณกระจายตัวตามแนวลำแม่น้ำน้อยตลอดระยะ 2 กิโลเมตรมีจำนวนมากกว่า 200 เตา ส่วนใหญ่เกิดการชำรุดไปตามกาลเวลา ถูกทำลายจากการขุดคลองชลประทานและการก่อสร้างถนน โดยลักษณะของเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นเตาเผาขนาดใหญ่ ระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐตัวเตาบางส่วนคล้ายเรือประทุนจึงเรียก &ldquo;เตาประทุน&rdquo; แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ปล่องไฟ ห้องวางเครื่องปั้นดินเผาและห้องเชื้อเพลิง กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2509</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ไฮไลต์ของแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยคือ การไปชมตัวเตาเผาที่นับว่ามีขนาดใหญ่มากที่สุดมีความยาวถึง 14 เมตร กว้าง 5.60 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางของปล่องควันไฟยาว 2.15 เมตรเคยใช้เป็นที่ผลิตภาชนะดินเผา อาทิ ไห อ่าง ครก กระปุก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น เป็นต้น &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากการเดินชมแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยกว่าร้อยจุดแล้ว ยังจะได้ชมผลิตภัณฑ์จากเตาเผาแม่น้ำน้อยได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาที่เป็นไหสี่หู ครก โอ่งอ่าง กระปุกใส่ปูน ขวดปากแตรทรงสูง เครื่องประกอบสถาปัตยกรรมจำพวกกระเบื้องปูพื้น กระสุนดินเผาขนาดต่างๆ เป็นแบบผลิตเพื่อใช้ในเขตพระราชฐาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันกรมศิลปากรได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์เตาแม่น้ำน้อย เป็นอาคารขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันสองหลังโดยหลังแรกเป็นอาคารโปร่งโล่ง มีเตาเผาจำนวน 2 เตา สามารถเดินชมโดยรอบเตาเผาได้มีนิทรรศการให้ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษส่วนอาคารหลังที่ 2 จัดแสดงแบบจำลองเตาเผาแม่น้ำน้อย และตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาที่มีการขุดค้นพบในแหล่งนี้&nbsp; แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญยังเป็นศูนย์ศึกษาทางวิชาการเซรามิคอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย</p>

<p>เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 &ndash; 17.00 น.</p>

<p><strong>การเดินทาง</strong>&nbsp;ด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3251 (สายสิงห์บุรี-บางระจัน-สรรคบุรี) ขับไปประมาณ 16 กิโลเมตรเมื่อเลยตลาดชัณสูตร ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/2021032254c8f7ef8e0a707d6e10c4697a0bf5b3111037.jpg' type='image/jpg' length='72035' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี]]></title>
<link>https://singburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/565/iid/4427</link>
<guid isPermaLink="false">f3e3b10ee66aa5fc6abb7708fe89077d</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;เดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ของ &nbsp; วัดโบสถ์ก่อตั้งโดยอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี&nbsp; &nbsp; &nbsp; เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี &ndash; อุทัยธานี ฝ่ายธรรมยุต ในขณะที่เป็น &nbsp; &nbsp; พระครูวิสุทธิธรรม ได้รวบรวมจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ &nbsp; &nbsp; ที่มีคุณค่า ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๘๓ &nbsp;โดยดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการ &nbsp; มีอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์เป็นประธานบริหารงาน &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในพ.ศ. ๒๔๙๖ &nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ได้รับการจัดตั้งเป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำอำเภออินทร์บุรี &nbsp;ต่อมา &nbsp; พ.ศ. ๒๕๐๔ &nbsp;คณะกรรมการพิพิธภัณฑสถานได้พิจารณาเห็นว่าอาคาร &nbsp;ไม้หลังเก่าไม่เพียงพอสำหรับจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุที่มีจำนวนมากขึ้น &nbsp;จึงได้รับบริจาคเงินก่อสร้างอาคารหลังใหม่จาก นางเพิ่ม &nbsp;ดุริยางกูร &nbsp;และตั้งชื่ออาคารว่า ตึกเพิ่ม &nbsp;ดุริยางกูร &nbsp;และปรับปรุงศาลาการเปรียญ &nbsp; &nbsp; ของวัดหลังเดิมคือ ศาลาศักดิ์บุรินทร์ เป็นอาคารจัดแสดงอีกหลังหนึ่ง &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๔ อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ เมื่อครั้งมีสมศักดิ์เป็นพระราชเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี &nbsp;ได้ให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนกรมศิลปากรในการดำเนินงานปรับปรุงการจัดแสดงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๖ สาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี &nbsp;ได้เปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://singburi.prd.go.th/th/file/get/file/20210322b688a7b38b4dae5ecf471f70c594178e105543.JPG' type='image/jpg' length='3148687' />
</item>
</channel>
</rss>
